ประวัติ

ประวัติความเป็นมาของหน่วยงาน งานนิติการ

          งานนิติการ สำนักงานอธิการบดี เดิมได้ดำเนินงานภายใต้ชื่อ ศูนย์นิติการ สังกัดสำนักงานอธิการบดีตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๑ จากนั้นรัฐบาลมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๙/๒๕๕๙ เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา สั่ง ณ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ต่อมาปัจจุบันเป็นหน่วยงานสายสนับสนุนด้านกฎหมายมหาวิทยาลัย สังกัดสำนักงานอธิการบดี ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (ก.บ.) ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ มีมติการพิจารณาเห็นควรยกระดับงานนิติการเป็น “กองนิติการ” เนื่องจากภารกิจด้านกฎหมายในมหาวิทยาลัยมีความสำคัญที่ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีด้านการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลและการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของมหาวิทยาลัย ประกอบกับนโยบายของรัฐได้ให้ความสำคัญต่อหน่วยงานทุกส่วนงานราชการควรปฏิบัติงานภายใต้หลักกฎหมายประเทศและสากลอันเป็นการส่งผลให้สะท้อนถึงการสนับสนุนประเทศเข้าสู่พันธกรณีระหว่างประเทศ ตัวชี้วัด ด้านมาตรฐานองค์การตามหลักธรรมาภิบาลร่วมกัน 

          ด้วยงานนิติการมีหน้าที่ในการดำเนินงานเกี่ยวกับงานด้านกฎหมาย การออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง แบบแผนของทางราชการ ตามมติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย จนกระทั่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มีผลบังคับใช้ และให้สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจดำเนินการในเรื่องต่างๆ เช่น การออกข้อบังคับตามพระราชบัญญัติ ระเบียบ ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ทำให้ภาระหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในด้านกฎหมายและงานนิติการมีปริมาณมาก หลากหลาย ประกอบกับหน่วยงานระดับคณะ ภาควิชา สำนัก สถาบันและกอง ในสังกัดมหาวิทยาลัย ทั้งส่วนราชการและส่วนงานภายในต่างๆ มีปัญหายุ่งยาก ซับซ้อน ในการปฏิบัติงาน ตลอดจนถึงการตีความกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง ที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงานของส่วนงานต่างๆ ไม่สามารถปฏิบัติหรือตัดสินใจดำเนินการได้ ทำให้มีการส่งเรื่องหรือขอรับบริการการให้คำปรึกษาให้มหาวิทยาลัยพิจารณา หรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายนั้น อีกทั้งมหาวิทยาลัยยังตระหนักและเห็นว่าเรื่องเกี่ยวกับคดีและวินัย การอุทธรณ์และร้องทุกข์ การร้องเรียน และการพิจารณาคดีของบุคลากรที่ได้กระทำความผิด ประพฤติมิชอบ ที่ได้เกิดจากการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ทางราชการ อันอาจเกิดจากความไม่รู้กฎหมาย ไม่เข้าใจกฎหมายต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างแท้จริง ส่งผลให้เกิดข้อพิพาทคดีทางปกครองมากขึ้นในมหาวิทยาลัย จนกระทั้งถึงกระบวนการในชั้นศาล อันสร้างความเสียหายต่อทางราชการเป็นอันมาก การออกจากราชการของบุคลากรหลายระดับทั้งระดับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน การดำเนินการและปฏิบัติการดังกล่าว จึงต้องใช้ตัวบท กฎหมาย การตีความกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมายมาดำเนินการ กระบวนการติดต่อ ประสานงานหน่วยงานภายนอกในกระบวนการยุติธรรม เช่น สถานีตำรวจ สำนักงานอัยการ สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานบังคับคดี ศาลปกครอง ศาลแพ่ง ศาลอาญา ศาลอาญาทุจริต กระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง เป็นต้น 

          ปัจจุบันเพื่อให้มีการพัฒนาระบบงานด้านกฎหมายอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับภารกิจด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัยในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงภารกิจให้มีความเด่นชัดขึ้นให้บุคลากรและส่วนราชการได้รับความยุติธรรมและเที่ยงธรรม ตลอดจนลดความเสี่ยงต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรทุกระดับ ทำให้เกิดการพัฒนางาน พัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายเป็นที่พึ่งของมหาวิทยาลัยและส่วนราชการในสังกัด ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายมหาชนและกฎหมายแพ่งและอาญาและกฎหมายต่างๆ ที่มีผลกระทบโดยตรงกับมหาวิทยาลัยมากขึ้น ทำให้มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวรองรับผลอันก่อให้เกิดจากการกระทำหรือการปฏิบัติงานในหน่วยงานที่ต้องดำเนินงานตามกฎหมายใหม่ๆ ให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการยกระดับงานนิติการเป็นกองนิติการย่อมทำให้มหาวิทยาลัยมีความมั่นคงและเสถียรภาพทางการปกครอง การกระทำหรือการปฏิบัติงานอันเป็นที่พึ่งของหน่วยงานในสังกัดมหาวิทยาลัย ระดับคณะ ภาควิชา สำนัก สถาบันและกองต่างๆ รวมทั้งส่วนงานต่างๆ ทั้งหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัย สังคม ชุมชน และสาธารณชน อันเป็นการสนองรับนโยบายของรัฐให้ทัดเทียมหลักวิชาชีพอื่นๆ และภาพลักษณ์ที่ดีของมหาวิทยาลัยสู่สาธารณาชนและหลักการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลตามมาตรฐานประเทศและสากลต่อไป ทั้งนี้ปัจจุบัน สถานภาพขององค์การ งานนิติการ อยู่ระหว่างการดำเนินงานเพื่อการพัฒนายกระดับขึ้นเป็นองค์การ กองนิติการ